ข่าวสาร
สรุปและวิเคราะห์ข่าวประจำวันที่ 1 พ.ค. 2556
01/05/2556 จำนวนคนอ่าน 609 ครั้ง
สรุปและวิเคราะห์ข่าว
ประจำวันที่ 1 พ.ค. 2556
โดย..กลุ่มเฝ้าระวังสื่อและตอบโต้  สำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ


 
สื่อ ประเด็นข่าว วิเคราะห์ผลกระทบ ข้อเสนอแนะ
นสพ.
แนวหน้า
(หน้า 21)


นสพ.
ข่าวสด
(หน้า 29)

 
เสนอข่าว....
ป่วยไข้เลือดออก 4 เดือนพุ่ง 2 หมื่นคน สธ.เผยเสียชีวิตแล้ว 28 ราย

      นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เผยถึงสถานการณ์โรคไข้เลือดออกในปี 2556 ว่า จากการประเมินสถานการณ์การเจ็บป่วยของที่ประชุมวอร์รูมแก้ไขป้องกันโรคไข้เลือดออกกระทรวงสาธารณสุข  ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงวันที่ 17 เมษายน 2556 ทั่วประเทศมีผู้ป่วยสะสม 24,272 ราย เสียชีวิต 28 ราย ผู้เสียชีวิตร้อยละ 60 เป็นเด็กชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษาอายุ 6-12 ปีทั้งนี้ มี 19 จังหวัดที่พบผู้ป่วยมากกว่า 2 อำเภอ ติดต่อกัน 2 สัปดาห์ ในช่วงวันที่ 7-20 เมษายน 2556 ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา ร้อยเอ็ด เลย หนองบัวลำภู นครพนม กำแพงเพชร พิจิตร อุทัยธานี พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เชียงราย น่าน แพร่ กระบี่ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ปัตตานี สงขลา และสกลนคร กระทรวงสาธารณสุขจะประชุมหารือกับผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานทั่วประเทศ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้เด็กนักเรียนให้โรงเรียนเป็นเขตปลอดยุงลายก่อนเปิดเทอม โดยจะเสนอใช้ 9 แนวทางในการเตรียมพร้อมรับมือกับโรคไข้เลือดออกและไข้หวัดใหญ่ในฤดูฝนก่อน ที่โรงเรียนทุกแห่งจะเปิดเทอม ได้แก่ 1.กำจัดขยะ และภาชนะเหลือใช้ ไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง 2.ขัดล้างทำความสะอาดภาชนะที่ใช้บรรจุน้ำ 3.ใส่เกลือหรือน้ำส้มสายชูในภาชนะบรรจุน้ำขนาดเล็ก เพราะมีสารที่ฆ่าลูกน้ำได้ 4.ทำความสะอาดพื้นผิวที่สัมผัสบ่อยๆ เพื่อลดการแพร่เชื้อจากมือของเด็กที่ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ไปยังผู้อื่น 5.จัดหาเจลล้างมือไว้หน้าห้องเรียน หน้าลิฟต์ 6.ตั้งกลุ่มเด็กอาสาสมัครเพื่อช่วยกันสำรวจแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำ และแจ้งการป่วยของเพื่อนนักเรียน 7.ตรวจคัดกรองหรือวัดไข้เด็ก หากพบว่ามีไข้ ไอหรือเจ็บคอให้สวมหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อจากผู้ป่วยหากถูกยุงกัดแล้วยุงไปกัดผู้อื่นอีก และให้รีบไปพบแพทย์ 8.ปลูกตะไคร้หอม เพื่อนำไปใช้กันยุงในห้องเรียน และ 9.จัดเตรียมความรู้ให้ครูอนามัยเรื่องไข้เลือดออก
 
(-,+) ข่าวเผยแพร่ : สธ.ย้ำสถานการณ์ไข้เลือด- ออก ยังน่าห่วง ยอดผู้ป่วยสะสม พุ่งกว่า 24,000 ราย ตาย 28 ราย ดึง สพท.ทั่วประเทศสกัดก่อนถึงฤดูฝนและจะเน้นสร้างความปลอดภัยในเขต โรงเรียนโดยเน้น 9 แนวทางในการป้องกันควบคุมโรค
 
-แจ้งผู้บริหาร
-สำนักโรคติดต่อนำโดยแมลง
*เพื่อพิจารณาในส่วนที่เกี่ยวข้อง
 
นสพ.
บ้านเมือง
(หน้า 14)
สธ.บุรีรัมย์เร่งรณรงค์ป้องกันไข้เลือดออก

      นพ.สมพงษ์ จรุงจิตตานุสนธิ์ สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ เผยถึงสถานการณ์โรคไข้เลือดออกในเขตพื้นที่จังหวัดว่า จากข้อมูลรายงานของสาธารณสุขอำเภอทั้ง 23 อำเภอ ตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม 2556 จนถึงขณะนี้ เป็นเวลาร่วม 4 เดือน มีผู้ป่วยด้วย ไข้เลือดออกเข้ารับการตรวจรักษาตามโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วจังหวัดแล้ว 448 ราย สูงกว่าช่วงระยะเวลาเดียวกัน ในปี 2555 ประมาณ 2.99 เท่า แต่ยังไม่มีรายงานผู้ป่วยเสียชีวิต จากกรณีดังกล่าว ได้กำชับให้สาธารณสุขอำเภอ ร่วมกับโรงพยาบาล ผู้นำชุมชน และอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งออกรณรงค์หยอดทรายอะเบท ฉีดพ่นยา และให้ความรู้ วิธีการกำจัดลูกน้ำยุงลายแบบเคาะประตูบ้าน เพื่อตัดวงจรการแพร่ระบาดในเชิงรุก พร้อมกันนี้ ยังได้มีการติดป้ายขนาดใหญ่ทุกอำเภอ เพื่อเป็นการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนตื่นตัวในการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ทั้งในบ้านเรือนของตัวเอง หมู่บ้าน ชุมชน หรือสถานที่ต่างๆ ที่สุ่มเสี่ยงจะเป็นแหล่งแพร่ขยายพันธุ์ของลูกน้ำยุงลายที่เป็นพาหะนำเชื้อมาระบาดสู่คน
(+,-) ข่าวเผยแพร่ : บุรีรัมย์เร่งรณรงค์ป้องกันไข้เลือดออกหลังสถานการณ์ไข้เลือด  ออกในพื้นที่มีแนวโน้มสูงขึ้นกว่าช่วงเวลาเดี่ยวกันในปีที่ผ่านมาถึง 2.99 เท่า -แจ้งผู้บริหาร
-สำนักโรคติดต่อนำโดยแมลง
-สคร.5
*เพื่อพิจารณาในส่วนที่เกี่ยวข้อง
 
สื่อ ประเด็นข่าว วิเคราะห์ผลกระทบ ข้อเสนอแนะ
นสพ.
ไทยโพสต์
(หน้า 6)

 
ไข้เลือดออกบุกอำนาจเจริญ

     นพ.ภาสกร ไชยเศรษฐ นายแพทย์สาธารณสุข จ.อำนาจเจริญเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของไข้เลือดออกใน จ.อำนาจเจริญน่าเป็นห่วงมาก ตั้งแต่วันที่ 22 มี.ค.56 ถึง 29 เม.ย.56 พบผู้ป่วยแล้ว 140 ราย เสียชีวิต 1 ราย โดยแยกเป็นพื้นที่ระบาดใน อ.เมืองมีผู้ป่วย 43 ราย อ.ชานุมาน 47 ราย อ.ปทุมราชวงศา 33 ราย อ.เสนางคนิคม 9 ราย อ.หัวตะพาน 4 ราย อ.ลืออำนาจ 4 ราย ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กและผู้สูงอายุ ซึ่งปีนี้พบผู้ป่วยมากกว่าปีที่แล้ว จึงได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ร่วมกับ อสม. รณรงค์และให้ความรู้ประชาชนในการป้องกันโรคไม่ให้ระบาดออกไปมากกว่านี้   
(-,+) ข่าวเผยแพร่ : จ.อำนาจเจริญ สถานการณ์ โรคไข้เลือดออก น่าเป็นห่วงพบผู้ป่วยแล้ว 140 ราย เร่งรณรงค์ให้ความรู้ประชาชนในการป้องกันการระบาดของโรคเป็นวงกว้าง -แจ้งผู้บริหาร
-สำนักโรคติดต่อนำโดยแมลง
-สคร.6
*เพื่อพิจารณาในส่วนที่เกี่ยวข้อง
 
นสพ.
โลกวันนี้
(หน้า 44)


นสพ.
สยามรัฐ
(หน้า20)


นสพ.
คมชัดลึก
(หน้า 22)


นสพ.
เดลินิวส์
(หน้า 12)
ผู้ป่วยไข้หวัดนกจีนตายเพิ่ม

     รานงานข่าวเผยว่า  สถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสไข้หวัดนกสายพันธุ์เอช 7 เอ็น 9 ในจีนแผ่นดินใหญ่ยังคงน่าเป็นห่วง ล่าสุดทำให้ผู้ป่วยชายวัย 89 ปี เสียชีวิตไปอีก 1 ราย หลังรักษาตัวที่โรงพยาบาลในนครเซี่ยงไฮ้เป็นเวลา 12 วัน ทำให้มีจำนวนผู้เสียชีวิตรวมแล้ว 24 ราย ขณะที่จำนวนผู้ป่วยยังคงเพิ่มสูงขึ้นมากกว่า 126 ราย คณะทำงานร่วมระหว่างรัฐบาลจีนและองค์การอนามัยโลกชี้แหล่งที่ทำให้คนได้รับเชื้อ H7N9 มาจากตลาดค้าสัตว์ปีกมีชีวิตแต่ขณะนี้ยังไม่พบว่ามีการแพร่ระบาดของเชื้อในฟาร์มสัตว์ปีกไปสู่คน
(-) ข่าวเผยแพร่ : สถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสไข้หวัดนกสายพันธุ์เอช 7 เอ็น 9 ในจีนยังน่าห่วงทำยอดผู้เสียชีวิตและติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง -แจ้งผู้บริหาร
-สำนักโรคติดต่อทั่วไป
-สำนักระบาดวิทยา
-สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่
*เพื่อพิจารณาในส่วนที่เกี่ยวข้อง
นสพ.
แนวหน้า
(หน้า 21)


นสพ.
โลกวันนี้
(หน้า 39)
สธ.ตั้งเป้า 8 ปี กำจัดพยาธิใบไม้ตับ เพื่อลดการตายกว่าปีละ 15,000 คน

     รายงานข่าวจากกระทรวงสาธารณสุขเผยว่า นายสุรชัย เบ้าจรรยา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค นายแพทย์มานิต ธีระตันติกานนท์ ที่ปรึกษากรมควบคุมโรค เปิดมหกรรมรณรงค์สัญจร “การกำจัดโรคพยาธิใบไม้ตับ ลดมะเร็งท่อน้ำดี ปี 2556 ภายใต้แนวคิด สุขถ้วนหน้า กินปลาสุก ซึ่งปัจจุบันยังมีผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีรายใหม่เพิ่มมากขึ้น โดยพบว่ามีผู้เสียชีวิตด้วยมะเร็งตับและมะเร็งท่อน้ำดีทั่วประเทศ จำนวน 14,314 ราย มากสุดเป็นภาคอีสาน 7,593 ราย พบมากในอายุ 45-55 ปี ซึ่งเป็นวัยทำงาน โดยเข้าใจผิดว่ากินอาหารปรุงสุกๆดิบๆ ช่วยเพิ่มพลังให้ร่างกาย ทั้งนี้จังหวัดอุดรธานี มีผู้เสียชีวิตด้วยมะเร็งท่อน้ำดี 48.1 ต่อประชากรแสนคน
    ดังนั้น กระทรวงสาธารณสุข ได้ให้ความสำคัญและเร่งกำจัดพยาธิใบไม้ตับ ลดมะเร็งท่อน้ำดี ตั้งเป้าในระยะเวลา 8 ปี ในปี พ.ศ.2556-2564 ลดการป่วยจากพยาธิใบไม้ตับให้เหลือไม่เกินร้อยละ 5 ลดอัตราตายจากมะเร็งท่อน้ำดีให้เหลือไม่เกิน 20 ต่อประชากรแสนคน ได้กำหนดยุทธศาสตร์เร่งด่วน 5 ข้อ ได้แก่ 1.ป้องกันและคัดกรอง 2.วินิจฉัยและดูแลรักษา 3.พัฒนาคุณภาพชีวิต 4.ติดตามและประเมินผล 5.วิจัยและพัฒนา โดยมีนโยบายให้ทุกภาคส่วนร่วมกันทำงานอย่างต่อเนื่อง ร่วมใจกันสร้างวัฒนธรรมในการกินสุก ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมค่านิยมกินปลาปรุงดิบ เร่งตรวจค้นหาผู้เป็นโรคพยาธิใบไม้ตับ เพื่อคัดกรองค้นหาผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีระยะแรกซึ่งหากรู้เร็วอาจไม่เสียชีวิต
(+) ข่าวเผยแพร่ : สธ.ตั้งเป้า 8 ปี กำจัดพยาธิใบไม้ตับ กำหนดยุทธศาสตร์เร่งด่วน 5 ข้อ เพื่อคัดกรองค้นหาผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีระยะแรก ซึ่งหากรู้เร็วอาจไม่เสียชีวิต -แจ้งผู้บริหาร
-สำนักโรคติดต่อทั่วไป
*เพื่อทราบ
นสพ.
สยามรัฐ
(หน้า 19)


นสพ.
มติชน
(หน้า 10)


นสพ.
โลกวันนี้ (หน้า 41)
เผย 3 เขตเสี่ยงสุดมะเร็งปอดดินแดง-โชคชัย 4 -ธนบุรี

      รศ.ดร.ศิวัช พงษ์เพียจันทร์ ผอ. ศูนย์วิจัยและพัฒนาการป้องกันและจัดการภัยพิบัติ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(NIDA) เผยว่า จากการวิจัยนำตัวอย่างค่าฝุ่นละอองในอากาศที่มีขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) ของกรมควบคุมมลพิษจาก 7 สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศได้แก่การเคหะชุมชนคลองจั่น รร.นนทรีวิทยารร.สิงหราชพิทยาคม การไฟฟ้าย่อยธนบุรีสน.โชคชัย 4 การเคหะชุมชนดินแดง รร.บดินทรเดชา ตั้งแต่ปี 49-52 มาตรวจวิเคราะห์ความเสี่ยงจากสารก่อมะเร็งจากฝุ่นละอองในอากาศโดยเครื่อง shimadzu gcms qp2010 ultra พบว่า ค่าเฉลี่ยระดับความเข้มข้นของสารก่อมะเร็งPAHsในฝุ่นPM10 อยู่ที่ระดับ 554 พิโคกรัม หรือเกินค่ามาตรฐานถึง 2.2 เท่า เมื่อเทียบกับค่ามาตรฐานความปลอดภัยของUK-EPAQSที่ควรมีไม่เกิน 250 พิโคกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
(-) ข่าวเผยแพร่ : ผลวิจัยค่าฝุ่นละอองในอากาศเกินค่ามาตรฐานถึง 2.2 เท่าใน 3 เขต ย่านดินแดงโชคชัย 4-การไฟฟ้าธนบุรี เสี่ยงเป็นมะเร็งปอดมากที่สุด -แจ้งผู้บริหาร
-สำนักจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม
*เพื่อพิจารณาในส่วนที่เกี่ยวข้อง
สื่อ ประเด็นข่าว วิเคราะห์ผลกระทบ ข้อเสนอแนะ
นสพ.
มติชน
(หน้า 9)


นสพ.
โลกวันนี้
(หน้า 41)
ดึง HIVจากDNAก่อนกำจัดคาดเอาชนะเชื้อร้ายอยู่หมัด

     รายงานข่าวเผยถึงกรณี นักวิจัยของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยอาร์ฮุสในเดนมาร์ก กำลังทดลองเทคนิครักษาใหม่ที่ปราบเชื้อ HIV เป็นการกำจัดไวรัสออกจาก DNA มนุษย์ก่อนให้ระบบภูมิคุ้มกันทำ ลาย หากสำเร็จจะเป็นวิธีรักษาที่ถูกและช่วยผู้คนได้จำนวนมาก ซึ่งขณะนี้กำลังทดลองเทคนิครักษาใหม่ที่เชื่อว่าจะสามารถเอา ชนะเชื้อร้าย HIV ได้ และอาจใช้รักษาผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยได้เป็นจำนวนมากเทคนิครักษาใหม่เกี่ยวข้องกับการกำจัดไวรัสออกจาก DNA ของมนุษย์ และปล่อยให้ถูกทำลายตามธรรมชาติโดยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ขณะนี้มีผู้ป่วยเข้าร่วมการทดลองทางคลินิกรวม 15 คน หากประสบความสำเร็จจะทำการศึกษาที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ทั้งนี้ นักวิจัยมองว่าวิธีรักษาใหม่จะมีค่าใช้จ่ายถูกและเป็นความก้าวหน้าอีกขั้น ของการต่อสู้กับไวรัสร้ายชนิดนี้ที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยปัจจุบันผู้ที่มีชีวิตอยู่พร้อมเชื้อร้ายชนิดนี้มีประมาณ 34 ล้านคนทั่วโลก
(+) ข่าวเผยแพร่ :   นักวิจัยจาก มหาวิทยาลัยอาร์ฮุส ประเทศเดนมาร์ก ประสบความคืบหน้าในการวิจัยเพื่อรักษาโรคเอดส์ คาดไม่กี่เดือนข้างหน้า วิธีการรักษาจะสามารถกระจายออกไปได้อย่างทั่วถึง และมีค่าใช้จ่ายที่ถูกลง -แจ้งผู้บริหาร
-สำนักเอดส์ วัณโรคและโรคติดทางเพศสัมพันธ์
*เพื่อทราบ
นสพ.
แนวหน้า
(หน้า 15)
สสจ.กาฬสินธุ์ออกเตือน บริโภคตัวอ่อนผึ้ง-ต่อดิบ ระวังอันตรายโรคท้องร่วง

    นพ.พิสิทธิ์ เอื้อวงศ์กูล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์เผยว่า การเก็บรังผึ้งและรังต่อแล้วนำไปบริโภคของชาวบ้านทางภาคอีสานนั้นมีมานานแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาไม่พบว่ามีอันตราย แต่การบริโภคโดยเฉพาะตัวอ่อนผึ้งและตัวอ่อนต่อ ควรทำให้สุกเสียก่อน เพื่อความปลอดภัย เพราะหากรังผึ้ง รังต่อมีเชื้อโรค และบริโภคเข้าไปก็เสี่ยงที่จะเป็นโรคท้องร่วงได้ อย่างไรก็ตามประชาชนที่ออกไปหารังผึ้ง และรังต่อ ควรใช้ความระมัดระวังอย่างมาก โดยเฉพาะเด็กที่ไม่มีประสบการณ์ เพราะหากถูกต่อย โดยเฉพาะต่อจะเป็นอันตรายได้
(+) ข่าวเตือน : สสจ.กาฬสินธุ์เตือน บริโภคตัวอ่อนผึ้ง-ต่อดิบ อันตรายจากโรคท้องร่วง แนะก่อนบริโภคควรทำให้สุกก่อน
 
-แจ้งผู้บริหาร
-สำนักโรคติดต่อทั่วไป
-สคร.6
*เพื่อพิจารณาในส่วนที่เกี่ยวข้อง
 
 
 
 
     หมายเหตุ     ( +)     คือ ผลกระทบเชิงบวก
                       ( - )     คือ ผลกระทบเชิงลบ  
                       ( * )     คือ ข่าวเด่น
                                              กลุ่มเฝ้าระวังสื่อและตอบโต้                                                                                         

สำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค