กรมควบคุมโรค เตือนเกษตรกร“ลุยน้ำ ย่ำโคลน ระวังโรคฉี่หนู” หลังปีนี้พบผู้ป่วยแล้ว 378 ราย เสียชีวิต 5 ราย เกินครึ่งเป็นอาชีพเกษตร
02/06/2558 จำนวนคนอ่าน 1860 ครั้ง
           วันนี้ (2 มิถุนายน 2558) นายแพทย์โสภณ  เมฆธน  อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขณะนี้เป็นช่วงเข้าสู่ฤดูฝนและช่วงเริ่มต้นฤดูการทำนาของเกษตรกร  โรคที่ควรเฝ้าระวัง คือ โรคเล็ปโตสไปโรสิส(Leptospirosis) หรือโรคฉี่หนูจากข้อมูลเฝ้าระวังโรคของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 24 พฤษภาคม 2558 พบผู้ป่วยโรคฉี่หนูแล้ว 378 ราย ในพื้นที่ 48 จังหวัด  เสียชีวิต 5 ราย กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด คือ อายุ 55-64 ปี (ร้อยละ 20.37) รองลงมา 45-54 ปี และ 35-44 ปี ตามลำดับ อาชีพส่วนใหญ่เป็นเกษตร ร้อยละ 52.1 และรับจ้าง ร้อยละ 22.8 ส่วนจังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด 5 อันดับแรก คือ ระนอง นครศรีธรรมราช ศรีสะเกษ น่าน และอุบลราชธานี
          นอกจากนี้ การเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรคยังพบว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา พบผู้ป่วยโรคฉี่หนู 6 ราย ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ 3 ราย, สุรินทร์ สุโขทัย และสงขลา จังหวัดละ 1 ราย และพบผู้ป่วยสงสัย 82 ราย ที่จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งก่อนป่วยทั้งหมด มีประวัติไปขุดลอกคูคลอง จึงคาดว่าจะมีแนวโน้มพบผู้ป่วยโรคฉี่หนูเพิ่มขึ้นตั้งแต่เดือนมิถุนายน เป็นต้นไป ซึ่งเป็นฤดูฝนและเริ่มการทำนาของเกษตรกร โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
          นายแพทย์โสภณ กล่าวอีกว่า กรมควบคุมโรค ได้สั่งการให้สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1-12 ประสานการดำเนินงานกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกแห่ง และ อสม. เพื่อเร่งประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ประชาชนในการป้องกันโรค และการดูแลเมื่อมีอาการป่วย เพื่อป้องกันการเสียชีวิตให้ได้มากที่สุด โดยโรคนี้รักษาให้หายขาดได้ แต่อาจติดเชื้อและป่วยซ้ำได้ซึ่งเป็นโรคติดต่อจากสัตว์ที่ทำให้เกิดการเจ็บป่วยในคน โดยเชื้อจะอยู่ในฉี่ของสัตว์ โดยเฉพาะหนู ทั้งหนูนา หนูป่า หนูบ้าน หนูท่อ รวมทั้งสัตว์อื่นๆ เช่น สุนัข แมว โค แพะ แกะ เชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายโดยไชเข้าทางผิวหนังตามรอยแผล รอยขีดข่วน เยื่อบุของตา จมูก ปาก หรือผิวหนังปกติที่แช่น้ำเป็นเวลานาน และอาจติดเชื้อตรงจากการสัมผัสเชื้อและกินอาหารหรือน้ำที่มีเชื้อโรคปนเปื้อนอยู่ 
          สำหรับอาการของโรคไข้ฉี่หนู ส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรง เช่น มีไข้ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะน่อง มีเลือดออกใต้เยื่อบุตาขาว เป็นต้น มีน้อยรายที่จะมีอาการรุนแรงและเสียชีวิต การป้องกันโรคไข้ฉี่หนู มีคำแนะนำดังนี้ 1.หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำย่ำโคลนที่ชื้นแฉะ และไม่ควรแช่น้ำเกิน 4-6 ชั่วโมง 2.ผู้ที่ต้องทำงานที่เสี่ยงต่อโรค เช่น เก็บเกี่ยวข้าวหรือดำนาในแปลงนา ที่สำคัญไม่ควรลงแช่น้ำขณะมีบาดแผล หากจำเป็นควรปิดบาดแผลให้มิดชิด และสวมถุงมือยาง ใส่รองเท้าบู๊ท 3.รีบล้างตัวทำความสะอาดทันทีเมื่อขึ้นจากแหล่งน้ำหากสัมผัสแหล่งน้ำแล้ว 4.กำจัดขยะในบ้านเรือน ที่ทำงาน ให้สะอาด โดยเฉพาะเศษอาหาร เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งอาหารของหนู 
          "หากประชาชนมีอาการป่วยดังต่อไปนี้ คือ มีไข้สูงทันทีทันใด ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อโดยเฉพาะที่น่อง ปวดกระบอกตา หลังจากการลุยน้ำขัง ขอให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจเป็นโรคฉี่หนู และรีบไปพบแพทย์เพื่อรีบให้การรักษา เนื่องจากโรคนี้มียารักษาหายขาดได้ อย่าซื้อยากินเอง ซึ่งจากการติดตามประวัติในกลุ่มที่เสียชีวิต พบว่าส่วนใหญ่มักจะซื้อยาไปกินเอง โดยเฉพาะยาแก้ที่มีฤทธิ์แก้ปวดและลดไข้ด้วย เพราะเข้าใจว่าเป็นไข้ทั่วไปที่เกิดจากการทำงานหนัก  จึงทำให้อาการรุนแรงขึ้น เชื้อโรคเข้าไปทำลายอวัยวะอื่น เช่น ไต ทำให้ไตวาย และเสียชีวิตได้ ทั้งนี้ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422" นายแพทย์โสภณ กล่าวปิดท้าย
 
                                     *******************************************************
สำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค
โทรศัพท์ 0-2590-3857 / โทรสาร 0-2590-3386 
วันที่ 2 มิถุนายน 2558