เปิดแผนพิทักษ์สุขภาพประชาชนล้อมคอก ไข้หวัดใหญ่-หวัดนก-เมอร์ส-ซิกา
05/01/2560 จำนวนคนอ่าน 403 ครั้ง
ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2560
 
          ทีมข่าวสาธารณสุข
          "4โรคอุบัติใหม่"อันตราย...ถึงตาย!
          โรคอุบัติใหม่หรือโรคติดเชื้ออุบัติใหม่หมายถึงโรคติดเชื้อชนิดใหม่ๆที่มีรายงานผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในระยะ 20ปีที่ผ่านมา หรือโรคติดเชื้อที่มีแนวโน้มที่จะพบมากขึ้นในอนาคตอันใกล้ รวมไปถึงโรคที่เกิดขึ้นใหมในที่ใดที่หนึ่งหรือเพิ่งจะแพร่ระบาดเข้าไปสู่อีกหนึ่งและโรคติดเชื้อที่เคยควบคุมได้ด้วยยาปฏิชีวนะแต่เกิดการดื้อยา โดยร้อยละ 75 ของโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ที่เกิดในมนุษย์ มีสาเหตุมาจากสัตว์ ทั้งสัตว์เลี้ยงและสัตว์ป่า
          จากการคาดการณ์ของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขระบุว่า โรคติดต่ออุบัติใหม่จะมีแนวโน้มพบได้มากขึ้นเนื่องจากมีปัจจัยที่เอื้อต่อการเกิดโรคเพิ่มขึ้น ทั้งการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและพฤติกรรมของมนุษย์ ความก้าวหนาทางเทคโนโลยี และการเดินทางที่สะดวกทำให้โรคสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว และโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ที่ประเทศไทยต้องเฝ้าระวังอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องในปี 256มีด้วยกัน 4โรค
          1.โรคไข้หวัดใหญ่ ซึ่งเฝ้าระวังทั้งไข้หวัดใหญ่ประจำฤดูกาลและไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ จำแนกได้ 3 ชนิด คือ เอ บี และซีพบมากที่สุดคือ ไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ (H1N1)(H3N2)โดยเชื้อไวรัสจะอยู่ในเสมหะ  น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย แพร่ไปติดยังคนอื่นๆจากการไอหรือจามรดกัน ซึ่งเชื้อจะเข้าสู่ร่างกายทางจมูก ตาปากสามารถแพร่เชื้อได้ 3-7 วัน ส่วนอาการไข้หวัดใหญ่ เช่น เป็นไข้ ปวดเมื่อยตามตัว เจ็บคอ ไอ มีน้ำมุก หากมีอาการป่วยและไม่ดีขึ้นภายใน 2 วัน ให้รีบพบแพทย์ทันทีเพื่อป้องกันความรุนแรงของโรคที่อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้
          2.โรคไข้หวัดนก เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใญ่ชนิดเอ เกิดได้ในสัตว์ปีกทุกชนิด ทั้ง ไก่ เป็ด นกน้ำ นกชายทะเล เป็นต้น เชื้อไวรัสไข้หวัดนกมีหลายสายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดโรคในคนมักพบในคนที่มีประวัติสัมผัสกับสัตว์ปีกที่ป่วยหรือตายด้วยโรคไข้หวัดนก ทั้งทางตรงหรือทางอ้อมจากการสัมผัสสิ่งคัดหลั่งจากสัตว์ที่เป็นโรค เช่น อุจจาระ น้ำมูก น้ำลายของสัตว์ที่ป่วย โดยจะได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกายเมื่อสัมผัสสัตว์ที่ป่วยแล้วมักเอามือมาสัมผัสกับหน้า จมูก หรือปากตนเอง หลังจากได้รับเชื้อ 2-8 วัน มักมีไข้สูง ปวดศีรษะปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย  มีน้ำมูก ไอ และเจ็บคอ บางครั้งพบว่ามีอาการตาแดงร่วมด้วย อาการแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดบวมระบบหายใจล้มเหลว โดยเฉพาะในเด็กและผู้สูงอายุ ที่อาจอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้
          3.โรคติดเชื้อทางเดินหายใจตะวันออกกลางหรือโรคเมอร์ส  คือกลุ่มอาการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจเฉียบพลัน พบเชื้อในอูฐและค้างคาว โดยอาการของโรคค่อนข้างรุนแรงและเฉียบพลัน มีอาการไข้ ไอ หายใจหอบและหายใจลำบากซึ่งผู้ป่วยเกือบทุกราย จะมีภาวะปอดบวมจนบางรายถึงขั้นเสียชีวิต โดยในไทยพบผู้ป่วยทั้งสิ้น 3 ราย เป็นชาวต่างชาติทั้งหมด ได้รับการดูแลรักษาจนหายดี และทั้งหมดได้เดินทางกลับประเทศบ้านเกิดแล้ว
          4.โรคติดเชื้อไวรัสซิกา สามารถติดต่อสู่คนได้จากการถูกยุงลายที่มีเชื้อไวรัสซิกากัด หรือรับเชื้อผ่านทางเพศสัมพันธ์ ผู้ป่วยจะมีอาการ ไข้ต่ำๆมีผื่นแดง เยื่อบุตา อักเสบ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้ออ่อนเพลีย ปวดศีรษะ อาการเหล่านี้ปกติแล้วจะเป็นเพียงเล็กน้อยมีอาการอยู่ประมาณ 2-7 วัน แต่โรคนี้จะน่าเป็นห่วงในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์เพราะหากิตดเชื้อจะมีผลข้างเคียงทำให้ทารกศีรษะเล็ก และยังอาจมีความผิดปกติอื่นๆเช่น การเคลื่อนไหวศีรษะสมองช้า มีปัญหากรกลืน การเคลื่อนไหวของขา การได้ยิน ความผิดปกติของสายตา และในรายที่เป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงอาจอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต
          นพ.เจษฎา โชคดำรงสุขอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงแผนยุทธศาสตร์เตรียมความพร้อม ป้องกัน และแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่ว่า เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.2559 ที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแผนยุทธศาสตร์เตรียมความพร้อม ป้องกัน และแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่แห่งชาติ(พ.ศ.2560-2564)และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำแผนยุทธศาสตร์ไปสู่การปฏิบัติ โดยแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประเทศไทยสามารถลดการป่วย การตาย ลดผลกระทบทางเศรษฐกิจสังคม และสิ่งแวดล้อม อันเนื่องมาจากการระบาดของโรคติดต่ออุบัติใหม่ได้อย่างทันท่วงที
          "แผนยุทธศาสตร์ฉบับนี้คือ 1.จังหวัดมีระบบการเตรียมความพร้อมฝึกซ้อมสำหรับภัยพิบัติฉุกเฉินด้านสาธารณสุขมีการรับรู้และนำระบบเตรียมความพร้อมไปปรับใช้เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ 2.มีระบบเฝ้าระวัง  ป้องกัน รักษาและควบคุมโรคติดต่ออุบัติใหม่แบบบูรณาการทั้งภาคสุขภาพ คน สัตว์และสิ่งแวดล้อม 3.ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจ 4.มีความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อบ้าน และภูมิภาค รวมั้งระบบในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและการแจ้งเตือน ระบบการดูแลส่งต่อผู้ป่วยและผู้สงสัย 5.ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมป้องกันควบคุมโรค และ 6.มีผลงานวิจัยและนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ"นพ.เจษฎา เล่าเสริมถึงแผนการพิทักษ์สุขภาพประชาชนและว่า ในปี 2560กรมควบคุมโรคมีประกาศเฝ้าระวัง 4 โรคอุบัติใหม่อย่างใกล้ชิดเพราะเป็นโรคที่มีอันตรายกับสุขภาพตั้งแต่เจ็บป่วยไปจนถึงขั้นสังเวยชีวิตได้ ซึ่งประเทศไทยยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคได้เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ดังนั้นจึงต้องมีการเฝ้าระวังโรคอย่างเข้มข้น
          ทีมข่าวสาธารณสุข มองว่า แผนยุทธศาสตร์เตรียมความพร้อม ป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ นอกจากจะช่วยดูแลปกป้องสุขภาพประชาชนจาก 4 โรคร้ายแล้วยังเป็นการป้องกันอีกหลายโรคที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต
          แต่สิ่งหนึ่งที่เราอยากฝากคือการร่วมมือกันอย่างจริงใจและจริงจังไม่ใช่ปล่อยให้นโยบายเป็นเพียงแค่แผ่นกระดาษเท่านั้น เพราะเมื่อใดสุขภาพของประชาชนถูกคุกคามนั่นย่อมไม่ใช่เพียงแค่การเจ็บป่วยทางร่างกายอย่างเดียวแต่ยังรวมไปถึงสภาพจิตใจและผลกระทบต่อสังคมอีกด้วย
          เพราะคงน่าเศร้าหากคนไทยต้องโชคร้ายสังเวยชีวิตด้วยโรคที่ป้องกันได้