หมอเตือน ปิดเทอมเสี่ยงเด็กจมน้ำสูงสุด !!! ชวนบ้าน-ชุมชนเร่งจัดการแหล่งน้ำก่อนสูญเสีย
27/03/2562 จำนวนคนอ่าน 457 ครั้ง


หมอเตือน ปิดเทอมเสี่ยงเด็กจมน้ำสูงสุด  !!!  ชวนบ้าน-ชุมชนเร่งจัดการแหล่งน้ำก่อนสูญเสีย

        การจมน้ำ ถือเป็นสาเหตุการเสียชีวิตเป็นอันดับหนึ่ง ในเด็กไทยอายุต่ำกว่า ๑๕ ปี จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่า ในช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมา พบว่ามีเด็กจมน้ำเสียชีวิตเฉลี่ยสูงถึง ๙๐๔ คน ต่อปี หรือวันละ ๒.๕ คน  และในช่วงเดือน มีนาคม – พฤษภาคม เป็นเดือนที่เด็กจมน้ำเสียชีวิตมากที่สุด เพราะตรงกับช่วงปิดเทอมและอยู่ในฤดูร้อน

      นายแพทย์ธีรวัฒน์ วลัยเสถียร ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ ๗ จ.ขอนแก่น  กล่าวว่า ในช่วงเดือนมีนาคมเป็นต้นไปเป็นช่วงปิดเทอมและเข้าสู่ฤดูร้อน ซึ่งจะพบอุบัติการณ์เด็กจมน้ำเสียชีวิตตั้งแต่ ๒ คนขึ้นไปเป็นจำนวนมาก จากข้อมูลของกรมควบคุมโรค ในปี ๒๕๖๑ เฉพาะในเดือน มีนาคม-พฤษภาคม มีเด็กจมน้ำเสียชีวิต ๒๓๑ คน โดยเป็นเด็กอายุ ๕-๙ ปี มากที่สุด  เกือบครึ่งหนึ่งพบว่าเป็นการชวนกันไปเล่นน้ำเป็นกลุ่มตั้งแต่ ๒ คนขึ้นไปถึง ๒๐ เหตุการณ์ แหล่งน้ำที่เด็กจมน้ำมากที่สุดคือ แหล่งน้ำธรรมชาติที่อยู่ในชุมชน ได้แก่ สระเก็บน้ำ บ่อน้ำเพื่อการเกษตร คลองชลประทาน ฝายทดน้ำ อ่างเก็บน้ำ บึงสาธารณะ ซึ่งแหล่งน้ำส่วนใหญ่ไม่มีการจัดการให้เกิดความปลอดภัย เช่น การกั้นรั้ว การปักป้ายเตือน การติดตั้งอุปกรณ์ช่วยคนตกน้ำ รวมทั้งส่วนใหญ่ผู้ประสบเหตุขาดทักษะเอาชีวิตรอดเมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน และมีการช่วยเหลือที่ไม่ถูกต้อง

       สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ ๗ จังหวัดขอนแก่น จึงขอประชาสัมพันธ์ เชิญชวนทุกภาคส่วนที่มีส่วนเกี่ยวข้องร่วมกับชุมชนในการจัดการกับความเสี่ยงนี้ เพื่อป้องกันความสูญเสียของลูกหลาน โดยเริ่มจาก ๑.) สำรวจแหล่งน้ำเสี่ยงในชุมชน แล้ววางแผนให้เกิดความปลอดภัย อาทิ คลองคลประทาน ฝายกั้นน้ำ หนองน้ำ บ่อน้ำสาธารณะ แหล่งน้ำธรรมชาติ ๒.) เฝ้าระวังและแจ้งเตือนในชุมชน ได้แก่ ประกาศเสียงตามสาย คอยตักเตือนเมื่อเห็นเด็กเล่นน้ำตามลำพัง กำชับให้ผู้ปกครองเพิ่มความตระหนัก ๓.) จัดการแหล่งน้ำเพื่อให้เกิดความปลอดภัย เช่น สร้างรั้ว ติดป้ายคำเตือน จัดให้มีอุปกรณ์ช่วยเหลือฉุกเฉินไว้บริเวณแหล่งน้ำเสี่ยง อาทิถังแกลลอนเปล่าผูกเชือก ขวดน้ำพลาสติกปิดฝา ไม้ และ ๔.) สอนให้เด็กรู้จักแหล่งน้ำเสี่ยงและอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น สำหรับผู้ปกครองควรเตือนเด็กและสอนให้เด็กเรียนรู้กฎความปลอดภัยทางน้ำ เช่น ไม่เล่นใกล้แหล่งน้ำ รู้จักประเมินแหล่งน้ำ เช่น ความลึก ความตื้น และกระแสน้ำ  และหากตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายไม่ควรกระโดดลงไปช่วย เพราะอาจจมน้ำพร้อมกันได้ แต่ขอให้ช่วยด้วยการใช้มาตรการ “ตะโกน โยน ยื่น” ตะโกน คือ การเรียกให้ผู้ใหญ่มาช่วยและโทรแจ้งทีมแพทย์กู้ชีพ ๑๖๖๙  โยน อุปกรณ์ที่อยู่ใกล้ตัวเพื่อช่วยคนตกน้ำเกาะจับพยุงตัว เช่น ถังแกลลอนพลาสติกเปล่า หรือวัสดุที่ลอยน้ำได้โดยโยนครั้งละหลายๆชิ้น และ ยื่น อุปกรณ์ที่อยู่ใกล้ตัวให้คนตกน้ำจับ เช่น ไม้ เสื้อ ผ้าขาวม้า ให้คนตกน้ำจับและดึงเข้าหาฝั่ง

      เพื่อสร้างความปลอดภัยไม้ให้เด็กไทยจมน้ำเสียชีวิต จึงควรส่งเสริมทักษะที่จำเป็นเพื่อความปลอดภัยทางน้ำ และสร้างมาตรการที่เข้มข้นสำหรับกลุ่มเด็กในชุมชน เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มักได้รับผลกระทบรุนแรง   ควรสร้างกิจกรรมการรับรู้ที่ถูกต้อง มีส่วนร่วมและสร้างความตระหนักแก่เด็ก เช่น การสื่อสารประชาสัมพันธ์ทางหอกระจายข่าว การมีกิจกรรมแบบมีส่วนร่วมทั้งเด็กและผู้ปกครองในการสำรวจแผนที่ชุมชน ค้นหาแหล่งปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ แหล่งน้ำลึก  เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นมาสะท้อนกลับสู่ชุมชน และนำมาร่วมกันวางแผนแก้ไขปัญหาเพื่อเฝ้าระวัง ป้องกันความสูญเสียต่อไป ทั้งนี้หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. ๑๔๒๒
**  "บ้านเริ่ม ชุมชนร่วม ป้องกันเด็กจมน้ำ **
 
ข้อมูลจาก : สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค
เผยแพร่ :  กลุ่มสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ
สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ ๗ ขอนแก่น
ศูนย์รับข้อร้องเรียนหมายเลข ๐๔๓-๒๒๒๘๑๘-๙
ต่อ ๖๑๑ งานกฎหมาย 
http://odpc7.ddc.moph.go.th/