“สคร.11 รณรงค์ลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์”
11/04/2562 จำนวนคนอ่าน 169 ครั้ง
         สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11 จังหวัดนครศรีธรรมราช เตือนประชาชนให้ระวังอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์ แนะไม่ควรขับขี่ยานพาหนะขณะมึนเมา หรือขณะง่วงนอน สวมหมวกนิรภัยทุกครั้งในขณะขับขี่ หรือซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด และควรคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งขณะขับขี่รถยนต์
          พญ.ศิริลักษณ์ ไทยเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11 จังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เป็นช่วงที่มีอุบัติเหตุทางถนนเกิดขึ้นสูงมากกว่าช่วงปกติ เนื่องจากเป็นช่วงที่มีวันหยุดติดต่อกันเป็นเวลาหลายวัน ผู้ใช้รถสัญจรไปมาบนท้องถนนเป็นจำนวนมาก ข้อมูลช่วง 7 วันอันตรายเทศกาลสงกรานต์ 2561 ตั้งแต่วันที่ 11 – 17 เมษายน 2561 จากศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน ด้านการแพทย์และสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข ในพื้นที่เขต 11 พบผู้บาดเจ็บ จำนวน 2,410 ราย และเสียชีวิต 24 ราย ซึ่งสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่มาจากการขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ หลับใน ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ไม่สวมหมวกนิรภัย
          พญ.ศิริลักษณ์ กล่าวเพิ่ม ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ สคร. 11 นครศรีธรรมราช ได้จัดทีมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ ระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2561 ในจังหวัดภูเก็ต และนครศรีธรรมราช โดยเน้นเรื่องเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กำหนดให้ขายได้สองช่วงคือ ช่วงเช้า เวลา 11.00 - 14.00 น.ช่วงเย็น เวลา17.00 – 24.00 น. ห้ามผู้ใดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และบุคคลที่มีอาการมึนเมาจนครองสติไม่ได้ ซึ่งหากฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ห้ามมิให้แสดงเครื่องหมาย สัญลักษณ์ โลโก้ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อันเป็นการโฆษณาหรือชักจูงใจทั้งทางตรงหรือทางอ้อม หากตรวจสอบพบการฝ่าฝืนต้องได้รับโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 30 ห้ามผู้ใดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยการแจก แถม ให้ หรือแลกเปลี่ยนกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือกับสินค้าอื่น แจกจ่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในลักษณะเป็นตัวอย่างของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือจูงใจสาธารณชนให้บริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การกำหนดเงื่อนไขการขายในลักษณะที่เป็นการบังคับซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยตรงหรือโดยอ้อม หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มีข้อสงสัยสอบถามเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทร 1422 สายด่วนกรมควบคุมโรค