ถึง

โรควัณโรค

15 กรกฎาคม 57
จำนวนคนอ่าน 2,401

 เป็นโรค ติดต่อที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่เล็กมากคือเชื้อ Mycobacterium tuberculosisติดต่อโดยการสูดอากาศที่มีตัวเชื้อนี้เข้าไป มีคุณสมบัติพิเศษคือ คงทนต่ออากาศแห้ง ความเย็น ความร้อน สารเคมี และอยู่ในอากาศได้นาน ยกเว้นไม่ทนทานต่อแสงแดด วัณโรคเป็นโรคเกี่ยวกับปอด แต่ความจริงแล้ว เป็นได้กับอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย เช่น ที่ต่อมน้ำเหลือง กระดูก เยื่อหุ้มสมอง ปอด แต่ที่พบและเป็นปัญหามากที่สุดในปัจจุบันคือ “วัณโรคปอด” มักพบในคนแก่ คนที่ร่างกายอ่อนแอจากการเป็นโรคอื่น ๆ มาก่อน เช่น หวัด หัด ไอกรนและโรคเอดส์  พบในคนที่ตรากตรำทำงานหนัก พักผ่อนไม่พอ ขาดอาหาร ดื่มเหล้าจัด หรือในคนที่มีประวัติใกล้ชิดกับคนที่เป็นโรคนี้

อาการ
ไอ เรื้อรังเกิน ๒ สัปดาห์ บางรายไอแห้ง ๆ บางรายอาจมีเสมหะสี เหลือง เขียว หรือไอปนเลือด เจ็บแน่นหน้าอก มีไข้ต่ำ ๆ ตอนบ่ายหรือเย็น เหนื่อยหอบ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด

การปฏิบัติตนเมื่อเป็นวัณโรค
  1. กินยาตามชนิดและขนาดที่แพทย์สั่งให้อย่างสม่ำเสมอจนครบกำหนด
  2. หลังกินยาไประยะหนึ่งและอาการทั่วๆไปดีขึ้น อย่าหยุดกินยาเด็ดขาด
  3. ควรงดสิ่งเสพติดทุกชนิด
  4. สวมผ้าปิดจมูก เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไปสู่ผู้อื่น
  5. เปลี่ยนผ้าปิดจมูกที่สวมบ่อยๆเพราะผ้าปิดจมูกก็เป็นพาหะได้เช่นกัน
  6. บ้วนเสมหะลงในภาชนะ หรือกระป๋องที่มีฝาปิดมิดชิด
  7. จัดบ้านให้อากาศถ่ายเทสะดวก ให้แสงแดดส่องถึงและหมั่นนำเครื่องนอนออกตากแดด
  8. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
  9. นอนกลางวันอย่างน้อยวันละ ๑ ชั่วโมง เพื่อนำโปรตีนจากอาหารที่รับประทานเข้าไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย
  10. ไม่เที่ยวในสถานที่ที่มีผู้คนแออัด
  11. ใน ระยะ ๒ เดือนแรกหลังจากเริ่มการรักษา ผู้ป่วยควรจะนอนในห้องที่มีอากาศถ่ายเท แยกห้องกับสมาชิกในครอบครัว รวมไปถึงการรับประทานอาหาร การใช้ถ้วยชาม และเสื้อผ้า ควรแยกล้าง หรือแยกซักต่างหาก และต้องนำไปตากแดดเพื่อฆ่าเชื้อโรค
  12. หลัง จากแพทย์ลงความเห็นว่าพ้นจากระยะแพร่เชื้อโรคแล้ว ผู้ป่วยสามารถกลับมาทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัวได้ดังเช่นเดิม โดยในระยะนี้ผู้ป่วยต้องทานยาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา ๔ เดือน (โรควัณโรคจะต้องใช้เวลาในการรักษาระยะสั้นที่สุด ๖ เดือน ยาวที่สุด ๑ - ๒ ปี)
การป้องกันวัณโรค
  1. ถ้า มีอาการผิดปกติที่น่าสงสัยว่าเป็นวัณโรค เช่น ไอเรื้อรัง ๒ สัปดาห์ขึ้นไป มีไข้ต่ำๆโดยเฉพาะตอนบ่ายหรือค่ำ เจ็บหน้าอก เหนื่อยหอบ เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ควรรีบไปรับการตรวจรักษาโดยการเอกซเรย์ปอด ตรวจเสมหะ
  2. รักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ ๕ หมู่
  3. หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรค เพราะจะทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายเสื่อมลง
  4. ประชาชนทั่วไป ควรตรวจร่างกายโดยการเอกซเรย์ปอดหรือตรวจเสมหะ อย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง
  5. ในเด็กควรได้รับการฉีดวัคซีนบีซีจี รวมถึงผู้ที่ทำการทดสอบทูเบอร์คูลินเทสท์ (Tuberculin test)ให้ผลเป็นลบ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน
แนวทางการรักษา
ใน ปัจจุบันวัณโรคเป็นโรคที่รักษาให้หายขาดได้ โดยใช้ระยะเวลาการรักษาสั้นที่สุด ๖เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตัวของผู้ป่วยเองว่ากินยาครบตามที่แพทย์สั่ง หรื่อไม่

สถานที่ให้บริการตรวจรักษาวัณโรค และฉีดวัคซีน บี ซี จี
  • ศูนย์บริการสาธารณสุข ทุกแห่ง
  • โรงพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานคร ทุกแห่ง
  • สถานตรวจโรคปอด กรุงเทพฯ
  • สมาคมปราบวัณโรคแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
  • โรงพยาบาลของรัฐทุกแห่ง
(สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักวัณโรคโทรศัพท์ ๐-๒๒๑๑-๒๑๓๘)
 
 
Back