ถึง

โรคเรื้อน

16 กรกฎาคม 57
จำนวนคนอ่าน 3,984

 
เป็นโรคติดต่อเรื้อรังที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียMycobacterium Lepraeชอบอาศัยอยู่ในเส้นประสาท และผิวหนัง เมื่อร่างกายพยายามกำจัดเชื้อนี้เส้นประสาทจึงถูกทำลายและทำให้เกิดอาการทางผิวหนังตามไปด้วย หากไม่รีบรักษาทำให้เกิดความพิการของมือ เท้า และใบหน้าได้

การติดต่อ
โรคเรื้อนสามารถติดต่อได้โดยทางเดินหายใจแต่ติดต่อได้ยาก และสามารถติดต่อได้ทางผิวหนังที่แตกเป็นแผล ผู้ที่มีโอกาสเสี่ยงสูงในการติดเชื้อ คือ ผู้ที่สัมผัส คลุกคลี ใกล้ชิด กับผู้ป่วยที่ยังไม่ได้รับการรักษาการติดเชื้อ แต่หากผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างถูกต้องภายใน ๗ วัน จะไม่สามารถแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นอีก

อาการของโรค
เริ่มแรกจะเป็นรอยโรคทางผิวหนังสีจางกว่าผิวหนังปกติ อาจพบขนร่วง เหงื่อไม่ออก ที่สำคัญคือ ในรอยโรคทางผิวหนังเหล่านี้จะมีอาการชา หยิกไม่เจ็บโรคเรื้อนชนิดที่เป็นมากจะมีผื่นนูนหนา หรือมีตุ่มขึ้นทั้งตัว โดยเฉพาะที่ใบหูจะนูนหนาอาจมีขนคิ้วร่วง ไม่ว่าผู้ป่วยในระยะเริ่มต้น หรือระยะที่เป็นมากแล้วก็ตาม ผู้ป่วยจะไม่มีอาการคัน หรือเจ็บปวดเลย ซึ่งเป็นสาเหตุให้ผู้ป่วยชะล่าใจ คิดว่าไม่ใช่โรคร้ายแรง จึงไม่รีบมารับการรักษา

ลักษณะอาการทางผิวหนัง ที่สังเกตได้ง่ายคือ
  1. เป็นวงสีซีดจางหรือเข้มกว่าผิวหนังปกติมีอาการชา ผิวหนังแห้งเหงื่อไม่ออก
  2. เป็นผื่นรูปวงแหวนหรือแผ่นนูนแดงขอบเขตผื่นชัดเจนมีอาการชาบางผื่นมีสีเข้มเป็นมัน บริเวณที่พบมาก คือแขน ขาหลังและสะโพก
  3. เป็นตุ่มและผื่นนูนแดงหนาผิวหนังอิ่มฉ่ำเป็นมัน ไม่คัน ผื่นมีจำนวนมากรูปร่างและขนาดแตกต่างกันกระจายไปทั่วตามส่วนต่าง ๆของร่างกายเช่น ใบหน้าลำตัว แขน และขา
การดำเนินของโรคจะเป็นไปอย่างช้าๆ ใช้เวลาเป็นปี หากไม่รักษาตั้งแต่เริ่มเป็นเมื่อเส้นประสาทถูกทำลายจะทำให้เกิดความพิการที่ตามือ และเท้า

การรักษาโรค
สามารถรักษาให้หายขาดได้ โดยกินยาติดต่อกันเป็นเวลา ๖ เดือน หรือ ๒ ปี แล้วแต่ระยะ และความรุนแรงของโรค หากพบว่ามีรอยโรคที่ผิวหนัง มีอาการชา และสงสัยว่าอาจเป็นโรคเรื้อน ควรรีบพบแพทย์

การป้องกันโรค
ประชาชนทุกคนควรหมั่นดูแลผิวหนัง ถ้าเป็นโรคผิวหนังที่ไม่คันและรักษาไม่หายภายในเวลา ๓ เดือน ให้สงสัยไว้ก่อนว่าจะเป็นโรคเรื้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีอาการชาร่วมด้วย ให้รีบไปพบแพทย์ที่สถานบริการใกล้บ้านเพื่อรับการรักษา หรือ เมื่อพบผู้สงสัยว่าเป็นโรคเรื้อน เช่นผิวหนังเป็นวงด่างสีจางหรือเข้มกว่าสีผิวปกติ ควรแนะนำให้ไปรับการตรวจรักษาให้หาย ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดความพิการ และไม่แพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นผู้ป่วยโรคเรื้อนที่มีความพิการเกิดขึ้นแล้ว เมื่อได้รับการรักษา ก็จะสามารถป้องกันไม่ให้มีความพิการเพิ่มมากไปกว่าเดิมได้สำหรับผู้ที่อยู่ร่วมบ้านกับผู้ป่วยจะมีโอกาสสัมผัสโรคได้ง่าย ควรไปรับการตรวจร่างกายปีละครั้ง

ความจริงเกี่ยวกับโรคเรื้อนที่ควรทราบ
ผิวหนังเป็นวงด่าง  มีอาการชา  ผื่น  ตุ่ม  ไม่คัน  ควรรีบไปรับการตรวจผู้สัมผัสโรคร่วมบ้านกับผู้ป่วย  ควรไปรับการตรวจร่างกายปีละครั้งผู้ป่วยที่รับประทานยาสม่ำเสมอ  จะหายจากโรค และไม่แพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นความพิการจากโรคเรื้อนบางอย่าง  ถึงแม้จะรักษาโรคเรื้อนหายแล้ว ก็ไม่สามารถแก้ไขได้

(สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สถาบันราชประชาสมาสัย โทรศัพท์ ๐-๒๕๘๘-๓๗๒๐-๔)
 
 
Back